fbpx

วิธีลบรอยแผลเป็น

กรกฎาคม 29, 2020
remove permanent scars

แผลเป็นมีกี่แบบ ต้องลบยังไงถึงจะเห็นผล! ตามมาดูกันค่ะ กับวิธีลบรอยแผลเป็นแบบต่าง ๆ ให้เห็นผล เพื่อผิวเรียบเนียนน่ามองค่ะ

1. แผลเป็นแบบนูน

ลักษณะ : หนา และยกตัวนูนขึ้นจากผิวหนังปกติ มี 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบ Hypertrophic Scars มีลักษณะนูนขึ้น ขอบเขตของแผลจะเท่ากับขนาดแผลเดิม และแบบ Keloids จะมีลักษณะนูนขึ้น แต่ขอบเขตแผลมีการขยายกว้าง มากกว่ารอยแผลเดิม สีแผลเป็นจะเข้มกว่าสีปกติ จะเป็นสีแดง ดำ น้ำตาล ในระยะแรกจะมีอาการคันร่วมด้วยค่ะ

จุดที่พบ : มักจะเป็นบริเวณหน้าอก หลัง และหัวไหล่

การรักษา : พบแพทย์เพื่อฉีดคอร์ติโซน นิยมใช้กับแผลเป็น Keloids ได้ผลประมาณ 50-100% แต่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำประมาณ 9-50% นอกจากนี้ยังมีวิธีการฉีดด้วยเครื่องInnojector ชึ่งเป็นนวัตกรรมใช้แรงลมฉีดนำ้ยาเข้าไปตัดผังผืดกระตุ้นสเต็มเซลให้มาสร้างคอลลาเจนใหม่ทำให้แผลยุบตัวและนุ่มขึ้นจนหายจางเป็นปกติได้ ไม่ควรผ่าตัดเพราะมักทำให้แผลใหญ่กว่าเดิม หากเป็นไม่มากอาจใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดแผลกดทับไว้ก็ข่วยไเ้ในบางรายให้แผลนุ่มและราบลง

2. แผลเป็นแบบเรียบ

ลักษณะ : เป็นแผลเป็นที่ไม่มีความผิดปกติใด ๆ ค่ะ มีชื่อว่า Mature scars มีลักษณะเรียบแบน มีสีใกล้เคียงกับสีผิวหนังปกติ ส่วนใหญ่เกิดจากแผลที่ถูกของมีคมบาด

จุดที่พบ : มือ ขา และตามร่างกายทั่วไป

การรักษา : ใช้ผลิตภัณฑ์ทาเพื่อแก้รอยแผลเป็น ที่มีส่วนผสมของวิตามิน E เพื่อช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังเร่งการซ่อมแซมแผลได้ดีขึ้นค่ะ และอาจมีส่วนผสมของวิตามิน A และวิตามิน B3 เพื่อช่วยลดความเข้มของสีผิวให้เรียบเนียนขึ้น

3. แผลเป็นแบบหลุม

ลักษณะ : ผิวเป็นหลุม เกิดจากคอลลาเจนที่ผิวเสียหาย มีอยู่ 3 รูปแบบค่ะ ได้แก่ Ice Pick มีลักษณะเป็นหลุมเล็ก ๆ Boxcar มีลักษณะคล้ายหลุมอุกาบาต และแบบ Rolling มีลักษณะเป็นรอยหยัก ซึ่งสีแผลเป็นมีลักษณะใกล้เคียงกับผิวปกติ เกิดจากแผลของสิวหรือรอยโรคอีสุกอีใส

จุดที่พบ : มักจะพบได้บนใบหน้า

การรักษา : รักษาด้วยการเลเซอร์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมา เป็นวิธีที่ลดรอยสิวและรอยแผลเป็นประเภทนี้ได้ผลดีที่สุดค่ะ แต่การรักษามีราคาค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีวิธีการใช้เข็มในการทำลายเนื้อเยื่อแผลเป็น เป็นการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า แต่ประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย แต่สำหรับรอยแผลเป็นที่อ่อนอยู่ อาจใช้ Retinoid A ในการรักษาก็ได้ เีที่สุดในปัจจุบันคือการฉีดแผลเป็นได้ทุกชนิดด้วยเครื่อง Innojector เป็นปืนนวัตกรรมที่ใช้ลมปั่นนำ้ยาที่ฉีดให้หมุนเป็นเกลียวเข้าไปในแผล เพื่อตัดผังผืด กระตุ้นสเต็มเซลมาซ่อมแซมผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ที่ดีโดยไม่ใช้เข็ม ไม่เจ็บและช่วยรักษาแผลเป็นทั้งชนิดนูนและหลุมอย่างได้ผลดี อาจต้องทำหลายครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน3-4 สัปดาห์ค่ะ

4. จุดด่างดำ รอยดำจากสิว

ลักษณะ : เป็นรอยแผลเป็นแบบเรียบแบน เกิดจากการที่เราบีบสิว หรือแกะสิวจนเป็นแผลจุดดำ หรือน้ำตาล และบางครั้งอาจเกิดการผลิตเม็ดสีเมลานินที่มากจนเกินไป ทำให้เป็นจุดสีชมพู หรือสีน้ำตาลบนผิว

จุดที่พบ : มักจะพบได้บนใบหน้า และแผ่นหลัง

การรักษา : การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือการใช้เลเซอร์Pico Second ซึ่งช่วยแตกเม็ดสีให้เล็กละเอียด1/1000 เท่าของนาโนและวเม็ดเลือดขาวในร่างกายจะเข้ามาจับกินเม็ดสีไปกำจัดทิ้งโดยไม่มีแผลหรือผลเสีย นอกจากนี้อาจทาแผลรอยดำด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Hydroquinone, กรดวิตามินเอ และ Alpha Hydroxy Acid จะสามารถลดรอยดำได้เร็วขึ้นค่ะ

รับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและเลเซอร์ได้ที่ www.drorawan.com

“สุขภาพดีเป็นสุนทรียภาพและความงามคือความสุข”

สนใจ ปรึกษาสอบถามเรื่องสุขภาพได้ที่

ADD US ON LINE
FACEBOOK PAGE
โทร (Call) +662 661 4431
อีเมล์ (E-mail) info@drorawan.com

#drorawan #sukhumvit #docter #skin #holistic #beauty #สุขภาพ #ความงาม #tips

Related Blogs/บทความที่น่าสนใจ

acne
Posted by Dr. Orawan | กรกฎาคม 29, 2020
สิว: ตัวปัญหาใหญ่บนใบหน้าสวยๆ
สิวนับเป็นตัวปัญหาใหญ่บนใบหน้า...
cancer
Posted by Dr. Orawan | กรกฎาคม 29, 2020
โรคมะเร็ง มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ในระบบไดบ้าง ???
คือ โรคซึ่งเกิดมีเซลล์ผิดปกติใ...