fbpx

รักษาสิว -TEA TREE OIL คืออะไร และการรักษาสิว

ตุลาคม 18, 2019
tea tree oil

TEA TREE OIL คือ น้ำมันที่ได้จากการสกัดใบของต้นไม้พื้นเมืองประเทศออสเตรเลีย มีส่วนประกอบเป็นสารหลายชนิด หนึ่งในนั้น คือ สาร Terpinen-4-ol ซึ่งเชื่อว่าอาจมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อชนิดต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อรา อีกทั้งยังเชื่อกันว่าอาจช่วยส่งเสริมกระบวนการทำงานของเม็ดเลือดขาวในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ หลายคนเชื่ือว่าสารประกอบบางชนิดใน TEA TREE OIL อาจมีสรรพคุณช่วยต้านเชื้อโรคและต้านการอักเสบ ในปัจจุบันจึงนิยมนำสารสกัดชนิดนี้มาสร้างผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาผิวหนังอักเสบ สิว รังแค เชื้อราที่เล็บ รวมถึงการสมานแผลตามร่างกายด้วย โดยมีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนความเชื่อในบางด้าน ดังต่อไปนี้

1. รักษาผิวหนังอักเสบ

ผิวหนังอักเสบเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งการสัมผัสสารเคมีที่ก่อภูมิแพ้ การติดเชื้อ หรือระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ซึ่งส่งผลให้ผิวหนังแดง คัน และบางครั้งอาจรู้สึกเจ็บร่วมด้วย TEA TREE OIL เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่คนทั่วไปเชื่อว่ามีสรรพคุณต้านการอักเสบ จึงมีงานวิจัยหนึ่งนำสารสกัดชนิดนี้และสารชนิดอื่นที่มีสรรพคุณต้านการอักเสบ ทั้งยาขี้ผึ้งอิชแทมมอล ซิงค์ออกไซด์ การบูร เลโวเมนทอล และยาโคลเบทาซอล มาทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรักษาผิวหนังอักเสบจากการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ พบว่า TEA TREE OIL สามารถลดอาการอักเสบลงได้มากที่สุด โดยมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์

เช่นเดียวกับอีกงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาคุณสมบัติของ TEA TREE OIL ในด้านนี้ โดยให้อาสาสมัคร 27 รายฉีดสารฮิสตามีนเข้าชั้นผิวหนังบริเวณท้องแขนเพื่อทำให้เกิดอาการบวมแดง แล้วจึงเฝ้าสังเกตลักษณะของตุ่มนูนแดงที่เกิดขึ้น หลังจากนั้น 20 นาที ให้อาสาสมัคร 21 รายทา TEA TREE OIL ลงบนผิวหนังที่เกิดการอักเสบ และให้อาสาสมัคร 6 รายทาน้ำมันพาราฟินแล้วติดตามอาการต่ออีก 40 นาที ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ใช้ TEA TREE OIL มีขนาดตุ่มนูนแดงบนผิวหนังลดลงอย่างเห็นได้ชัด

แม้ผลการทดลองจะเป็นไปในทางบวก แต่ผู้บริโภคควรใช้สารสกัดใด ๆ จาก TEA TREE OIL อย่างระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพราะในปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันถึงผลข้างเคียงจากการใช้ TEA TREE OIL อย่างชัดเจน และในทางกลับกันสารสกัดชนิดนี้ก็อาจทำให้เกิดอาการผิวหนังอักเสบได้ด้วยเช่นกัน

2. รักษาสิว

สิวเป็นภาวะผิวหนังอักเสบจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วบริเวณรูขุมขน ทำให้เกิดตุ่มแดงเล็ก ๆ และอาจมีหนองอยู่ภายใน ส่วนมากจะเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก ไหล่ หรือหลัง มีงานวิจัยหนึ่งศึกษาคุณสมบัติของ TEA TREE OIL ในการรักษาสิว โดยแบ่งอาสาสมัครที่เป็นสิวในระดับน้อยถึงปานกลางจำนวน 60 รายออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้เจลที่มี TEA TREE OIL เป็นส่วนผสม 5 เปอร์เซ็นต์ กับกลุ่มที่ไม่ใช้ TEA TREE OIL แล้วติดตามอาการทุก 15 วันเป็นระยะเวลา 45 วัน ผลปรากฏว่าอาสาสมัครกลุ่มแรกมีจำนวนสิวน้อยลง อีกทั้งยังมีอาการอักเสบของสิวที่ทุเลาลงอย่างมีนัยสำคัญด้วย

เช่นเดียวกับอีกหนึ่งงานวิจัยซึ่งให้อาสาสมัครที่เป็นสิว 14 รายใช้เจลแต้มสิวและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่ทำจาก TEA TREE OIL ติดต่อกัน 12 สัปดาห์ แล้วติดตามอาการทุกสัปดาห์ที่ 4, 8 และ 12 พบว่าจำนวนสิวค่อย ๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้ งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ TEA TREE OIL ในด้านนี้มีค่อนข้างมาก และผลการวิจัยส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทางบวก จึงอาจกล่าวได้ว่าสารสกัดชนิดนี้มีแนวโน้มช่วยรักษาสิวในระดับความรุนแรงน้อยถึงปานกลางได้

3. รักษารังแค

รังแค คือ สะเก็ดสีขาวเล็ก ๆ ที่เส้นผมหรือหนังศีรษะ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงแต่อาจทำให้เกิดอาการคัน แม้จะรักษาให้หายขาดได้ค่อนข้างยาก แต่ก็สามารถควบคุมไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นได้ ในปัจจุบันผู้ประกอบการหลายรายนิยมนำ TEA TREE OIL มาเป็นส่วนผสมของแชมพูสำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังศีรษะ เพราะเชื่อว่าสารสกัดชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านเชื้อราและช่วยรักษารังแคได้

มีงานวิจัยหนึ่งศึกษาคุณสมบัติของ TEA TREE OIL ในการรักษารังแค โดยแบ่งอาสาสมัครทั้งชายและหญิงที่มีปัญหารังแคจำนวน 126 รายออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ใช้แชมพูที่มี TEA TREE OIL เป็นส่วนผสม กับกลุ่มที่ใช้แชมพูที่ไม่มี TEA TREE OIL เป็นส่วนผสม และให้ทั้ง 2 กลุ่มใช้แชมพูวันละครั้งติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าอาสาสมัครกลุ่มแรกมีรังแคลดลงถึง 41 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอาสาสมัครกลุ่มที่ 2 มีรังแคลดลงเพียง 11 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม แม้งานวิจัยจะชี้ให้เห็นว่า TEA TREE OIL อาจช่วยรักษารังแคได้ แต่ก็ยังมีหลักฐานยืนยันคุณสมบัติในด้านนี้ไม่เพียงพอ ผู้บริโภคจึงควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนเลือกซื้อ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

4. รักษาเชื้อราที่เล็บ

เชื้อราที่เล็บเกิดจากการเจริญเติบโตของเชื้อราบริเวณเล็บ สามารถเกิดได้ทั้งในเล็บมือและเล็บเท้า แต่ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นที่เล็บเท้า โดยผู้ป่วยมักพบจุดสีขาวหรือสีเหลืองบริเวณปลายเล็บ หากเชื้อราเริ่มขยายตัว อาจทำให้เล็บหนาขึ้น เล็บเปลี่ยนสี เกิดขุยหนาใต้เล็บ หรือเล็บแยกตัวออกจากฐานเล็บ ซึ่งอาจสังเกตเห็นเป็นโพรงหรือช่องว่างใต้เล็บ

มีงานวิจัยที่ศึกษาสรรพคุณของ TEA TREE OIL ในการรักษาเชื้อราที่เล็บ โดยแบ่งผู้ป่วยเชื้อราที่เล็บ 117 รายออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้ทายาโคลไตรมาโซลบริเวณเล็บที่ติดเชื้อรา ส่วนกลุ่มที่ 2 ให้ทา TEA TREE OIL บริเวณเล็บที่ติดเชื้อราวันละ 2 ครั้งติดต่อกัน 6 เดือนแล้วติดตามอาการเป็นระยะ พบว่าผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มค่อย ๆ มีอาการดีขึ้น จึงคาดว่า TEA TREE OIL อาจมีคุณสมบัติเทียบเท่ากับยาต้านเชื้อราอย่างยาโคลไตรมาโซล

งานวิจัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ TEA TREE OIL ในด้านนี้มีค่อนข้างมาก และผลการวิจัยส่วนใหญ่เป็นไปในทางบวก จึงอาจกล่าวได้ว่าสารสกัดชนิดนี้มีแนวโน้มช่วยรักษาเชื้อราที่เล็บได้ แต่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจาก TEA TREE OIL 100 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารชนิดอื่นด้วย อาจทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาเชื้อราที่เล็บลดลง

5. สมานแผล

นอกจากคุณสมบัติในการรักษาผิวหนังอักเสบ TEA TREE OIL อาจมีสรรพคุณช่วยรักษาแผลติดเชื้อหรืออาจช่วยเร่งการสมานแผลได้ โดยมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาประสิทธิภาพของ TEA TREE OIL ในการสมานแผลที่ติดเชื้อแบคทีเรียสแตฟิโลค็อกคัสออเรียส ซึ่งเปรียบเทียบระยะเวลาที่ร่างกายใช้ในการสมานแผลของอาสาสมัครที่มีแผลติดเชื้อแบคทีเรีย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รักษาแผลตามวิธีการรักษาแบบมาตรฐาน กับกลุ่มที่รักษาแผลตามวิธีมาตรฐานร่วมกับการใช้ TEA TREE OIL พบว่าเมื่อใช้ TEA TREE OIL ร่วมด้วยอาจช่วยให้แผลสมานกันเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม การวิจัยเพื่อศึกษาคุณสมบัติของ TEA TREE OIL ในด้านนี้เป็นเพียงการทดลองกับกลุ่มคนจำนวนน้อย จึงจำเป็นต้องมีการค้นคว้าในกลุ่มทดลองขนาดใหญ่ต่อไป เพื่อยืนยันว่าสารสกัดชนิดนี้ช่วยเร่งการสมานแผลติดเชื้อได้จริง

ผลข้างเคียงของ TEA TREE OIL

โดยปกติ TEA TREE OIL นั้นไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ผู้บริโภคบางรายอาจเผชิญกับผลข้างเคียงบางประการ ได้แก่

  • ผิวหนังอักเสบ หรือเกิดการระคายเคือง
  • ผิวแดง รู้สึกเจ็บ แสบร้อน หรือมีอาการคัน
  • ผิวลอกหรือผิวแห้ง

นอกจากนั้น TEA TREE OIL เป็นสารสกัดสำหรับใช้ภายนอกเท่านั้น หากรับประทานเข้าไปอาจเป็นพิษต่อร่างกาย โดยผู้ที่รับประทาน TEA TREE OIL อาจเกิดอาการมึนงง เดินเซ หรือมีสติสัมปชัญญะลดลง ซึ่งควรรีบไปพบแพทย์ทันที

หลักการใช้ TEA TREE OIL อย่างปลอดภัย

ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้ TEA TREE OIL

ผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังไม่ควรใช้สารสกัดชนิดนี้
ห้ามรับประทานสารสกัดชนิดนี้โดยเด็ดขาด
เมื่อใช้เสร็จแล้ว ควรปิดฝาให้แน่นและเก็บบรรจุภัณฑ์ให้พ้นมือเด็ก
ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรผสม TEA TREE OIL กับน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวในอัตราส่วนครึ่งต่อครึ่งก่อนนำมาทาผิว
ก่อนเริ่มใช้ TEA TREE OIL ครั้งแรก ควรทดสอบอาการแพ้โดยทาผลิตภัณฑ์ลงบนผิวแล้วทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง หากเกิดผื่นแดงหรือมีอาการคัน แสดงว่าร่างกายแพ้สารสกัดชนิดนี้
เด็กผู้ชายที่ยังไม่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ TEA TREE OIL คู่กับสารสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนในร่างกาย และอาจก่อให้เกิดภาวะนมโตในผู้ชาย (Gynecomastia)


ไม่ควรใช้สารสกัดชนิดนี้กับสัตว์เลี้ยง เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

“สุขภาพดีเป็นสุนทรียภาพและความงามคือความสุข”

ปรึกษาสอบถามเรื่องสุขภาพได้ที่

ADD US ON LINE
FACEBOOK PAGE
โทร (Call) +662 661 4431
อีเมล์ (E-mail) info@drorawan.com

#drorawan #sukhumvit #docter #skin #holistic #beauty #สุขภาพ #ความงาม #tips

Related Blogs/บทความที่น่าสนใจ

Posted by Dr. Orawan | กรกฎาคม 29, 2022
ปล่อยให้อายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข ด้วยศาสตร์ชะลอวัย
ด้วยการแพทย์ สมัยใหม่ทำให้คนเร...
Posted by Dr. Orawan | กรกฎาคม 29, 2022
ผักหลาสีตัวช่วยสุขภาพดี
ขึ้นชื่อว่าผัก​ แน่นอนว่าต้องม...
Posted by Dr. Orawan | กรกฎาคม 29, 2022
อายุยืนด้วยศาสตร์ชะลอวัย
หลายคนมักคิดว่า​ การดูแลตัวเอง...